ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เกษตรกรไทยต้องเตรียมพร้อม – หลากเรื่องราว

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เกษตรกรไทยต้องเตรียมพร้อม – หลากเรื่องราว

คมลัมน์เกษตรเดลินิวส์

ปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนรวมถึงประเทศไทย จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องรวมกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว โดยการเปิดเสรีด้านสินค้า บริการและการลงทุน ดังนั้น แต่ละประเทศต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เออีซี รวมทั้งปกป้องตนเองให้สามารถดำรงสถานะที่ได้ประโยชน์และไม่เสียเปรียบประเทศสมาชิกอื่น ๆ ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลเรื่องมาตรฐานสินค้าพืช เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับเกษตรกรไทย

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ทุกประเทศสมาชิกจะต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ดังนั้น ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชสำหรับสินค้าพืช และเป็นหน่วยงานดูแลพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง 6 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.กักกันพืช พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ร.บ.พันธุ์พืช และพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช จำเป็นจะต้องมีการทบทวนกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอาเซียน แต่ที่สำคัญคือต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด

โดยขณะนี้ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม และการกักกันพืช ตลอดจนศึกษา วิจัย วิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อนำมาวิเคราะห์กับกฎหมายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ ทั้งที่เป็นประโยชน์และที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อทบทวน แก้ไข พระราชบัญญัติต่าง ๆ ให้สามารถปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร และภาคการเกษตรของไทยไม่ให้เสียเปรียบประเทศอื่น ๆ

นอกจากด้านกฎหมายแล้ว กรมฯ  ยังมีการเตรียมความพร้อมในด้านงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพืชที่มีต้นทุนต่ำ เพิ่มผลผลิต และมีคุณภาพ รวมทั้งวางแผนการผลิต โดยเน้นการผลิตพืชที่มีศักยภาพในการแข่งขันระหว่างอาเซียน มีการวิเคราะห์ผลกระทบรายสินค้าทั้งเชิงบวกและลบของประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน การกำหนดค่าสารพิษตกค้างสูงสุดในผลผลิตที่ยอมรับได้ หรือเอ็มอาร์แอลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลรวมทั้งมาตรฐานที่อาเซียนกำหนดเป็นข้อตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการปรับปรุงพันธุ์พืชโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกที่สูงกว่าการนำเข้าโดยคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เป็นต้น

สุดท้ายอธิบดีกรมวิชาการเกษตรให้ข้อคิดว่า…การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นสิ่งที่ดี แต่ทุกคนจะต้องปรับตัวในการเรียนรู้และพัฒนาจุดด้อย เพิ่มประสิทธิภาพจุดเด่นให้ดีขึ้นไปอีก ซึ่งเกษตรกรมีศักยภาพอยู่แล้ว อีกทั้งเทคโนโลยีการผลิตต่าง ๆ ของเราก็มีอยู่มากมาย ถ้าสามารถร่วมมือกันสร้างเครือข่ายเกษตรกรเพื่อผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด เราจะได้การยอมรับจากผู้ประกอบการมากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีแหล่งวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาถูกกว่าการนำเข้าจากนอกกลุ่มอาเซียน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง ดังนั้นการขายสินค้าเราจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากตลาดในประเทศ 60 ล้านคน ขยายเป็นประชากรในภูมิภาคอาเซียน 600ล้านคน รวมไปถึงตลาดนอกอาเซียนที่ประเทศไทยส่งออกอีกจำนวนมาก

ที่มา http://www.chaoprayanews.com/2012/05/02/%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%8C/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s