‘นิทานในประชาคมอาเซียน’ เรียนเรื่องเพื่อนบ้าน ‘ส.พลายน้อย’


‘นิทานในประชาคมอาเซียน’ เรียนเรื่องเพื่อนบ้าน ‘ส.พลายน้อย’

 

คอลัมน์เบื้องหลังโต๊ะ บก. โดย ปีกนกสีขาว

นิทาน คือ เรื่องเล่า อีกรูปแบบหนึ่งที่มีมาแต่เนิ่นนาน เป็นวรรณกรรมท้องถิ่น ที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และตำนานของชุมชน บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือสภาพแวดล้อมของชุมชน นิทานยังสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของคนในสังคมนั้นๆ ว่า ยึดถือเรื่องใดเป็นแก่นสารของชีวิต

          อาจารย์สมบัติ พลายน้อย หรือที่นักอ่านรู้จักกันดีในนามปากกา “ส.พลายน้อย” มีผลงานมากมายทั้งสารคดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยในด้านต่างๆ ศาสนา สารคดีและนิทาน จนได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ในปี พ.ศ.2553

          สำหรับผลงานชุด “นิทานในประชาคมอาเซียน” ที่จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ ประกอบไปด้วย นิทานสยาม, นิทานลาว, นิทานพม่า, นิทานมาเลเซีย, นิทานฟิลิปปินส์ และนิทานชาวเกาะ เป็นอีกผลงานหนึ่งของ ส.พลายน้อยที่มีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการเปิดประชาคมอาเซียนที่จะเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2558

          อาจารย์สมบัติเล่าให้ฟังว่า ได้รวบรวม และแปล รวมทั้งเขียนนิทานตั้งแต่เริ่มรับราชการเมื่อราวปี พ.ศ.2500 ด้วยความคิดที่ว่านิทานของเอเชียยังไม่แพร่หลาย จึงเลือกหลายๆ เรื่องไปแปลและนำไปเล่าในรายการของสถานีวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นเห็นว่านิทานในเอเชียมีบางเรื่องมีเนื้อเรื่องเหมือนๆ กัน จึงเขียนนิทานเชิงประวัติขึ้นมา เป็นประวัติของสิ่งต่างๆ แต่เล่าในรูปแบบของนิทาน เช่น มะพร้าวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีประวัติของมะพร้าวแตกต่างกันออกไป

          นิทานในประชาคมอาเซียนมีจุดเด่นที่ชัดเจนเหมือนกันทุกเล่มตรงที่จะสอดแทรกแง่คิด วัฒนธรรม ความรู้สึก วิถีชีวิตของคนในแต่ละประเทศไว้ได้เป็นอย่างดี

คนส่วนมากมักจะพูดว่า นิทานเป็นเรื่องหลอกเด็ก แต่ถ้าอ่านจริงๆ แล้วจะพบว่าเป็นธรรมะสอนจิตใจได้ดีมาก อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะทำได้หรือไม่ และส่วนมากตัวละครในนิทานจะเป็นสัตว์ จึงสะท้อนว่า แม้แต่สัตว์เหล่านั้นยังมีคุณธรรม แล้วเราเป็นคนเหตุใดจึงมีคุณธรรมเช่นเดียวกับสัตว์เหล่านั้นไม่ได้ นิทานจึงถือได้ว่าเป็นคัมภีร์สอนใจและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้อ่าน

          “ส่วนมากนิทานพื้นเมืองจะเป็นเรื่องของชาวบ้าน เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของคนในแต่ละพื้นที่ เพราะฉะนั้นจะมีคำสอนแทรกอยู่ในนั้น เช่น คำสอนในเรื่องความกตัญญู ความเมตตากรุณา อย่างพวกชาวป่าจะสอนว่า ถ้าเจอสัตว์อย่าไปทำร้าย หรือถ้าพบมด หนู แมลงสาบที่มันกำลังได้ทุกข์ เช่น กำลังตกน้ำอยู่ อย่าไปทำอันตรายเพิ่มให้ช่วยเหลือทันทีเพราะถ้าหากเราได้รับอันตรายหรือตกทุกข์ได้ยาก สัตว์เหล่านี้ก็จะมาช่วย นิทานก็จะก็จะแทรกเรื่องราวแบบนี้ไว้”

        นิทานเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงเด็กๆ ได้ง่ายเพราหยิบเรื่องไหนมาให้อ่านก็สอนเรื่องคุณธรรมได้ทั้งนั้น มีหลายคนบอกว่านิทานเป็นเรื่องของเด็ก จึงต้องให้เด็กได้ประโยชน์จริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เฉพาะเด็กอ่าน ผู้ใหญ่ก็ควรอ่านด้วย เพราะนิทานเป็นเรื่องราวขนาดสั้นอ่านจบแล้วได้แง่คิดทันที

          อาจารย์สมบัติบอกว่า นิทานในอาเซียน ส่วนใหญ่มีที่มาจากที่เดียวกัน คือ ประเทศอินเดียและชาดก จึงไม่แปลกที่นิทานบางเรื่องเช่น สังข์ทอง,นางสิบสองและปลาบู่ทอง จะมีเค้าโครงเหมือนกันและได้รับข้อคิดเหมือนกัน เพราะแต่ละประเทศจะนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและชื่อตัวละครให้เข้ากับท้องที่ นอกจากนี้ระยะทางยังมีส่วนในเรื่องด้านความผิดเพี้ยนของเนื้อหาโดยเมื่อนิทานออกมาจากประเทศต้นฉบับแล้วก็จะเพี้ยนไปเรื่อยๆ เพราะคนในแต่ละประเทศอาจจะจำเนื้อหาไม่ได้ทั้งหมดจึงนำไปต่อเติมเสริมแต่งในแบบของตัวเอง

          ส่วนเรื่องการแปลนิทานต่างชาตินั้น อาจารย์สมบัติบอกว่า แปลจากต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษแต่จะมีปัญหาอยู่เล็กน้อยตรงที่การใช้ภาษาพื้นเมืองคำศัพท์บางคำ เช่น ถ้าแปลนิทานของมาเลเซีย ผู้แต่งก็จะใช้ภาษามาเลย์ วิธีแก้คือเราต้องไปศึกษาภาษามาเลย์ว่าคำนี้หมายถึงอะไร แล้วเลือกใช้คำในภาษาไทยให้เหมาะสม

          “อย่างนิทานลาว ผมใช้หนังสือทั้งภาษาอังกฤษและภาษาลาวเทียบเคียงกัน ฉบับภาษาลาวใช้หนังสือเรื่อง เสียวสวาด ฉบับของกระทรวงศึกษาธิการลาวเป็นหลัก ภาษาอังกฤษได้จากLaos Folklore of Farther India by Katherine Neville Fleesonฉบับพิมพ์ ค.ศ.1899 และ Lao Kingdom”

          อาจารย์สมบัติพูดถึงนิทานฟิลิปปินส์ว่าในประเทศฟิลิปปินส์มีภาษาที่ใช้พูดหลายภาษาคือ นอกจากภาษาหลักที่เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสเปนและภาษาตากาล็อกแล้ว ยังมีภาษาพื้นเมืองอีกประมาณ 80 ภาษา รู้จักชาวยุโรปและอเมริกา ฉะนั้นจึงได้รับอิทธิพลของอเมริกาไว้มาก รวมทั้งนิยาย นิทานก็มีปะปนอยู่ด้วย เรื่องที่ทราบกันดีเรื่องหนึ่งคือเรื่อง “เทพารักษ์กับคนตัดต้นไม้” ในหนังสือนิทานอีสปที่เคยใช้เป็นแบบเรียนของไทย ปรากฏว่าในหนังสือแบบเรียนของฟิลิปปินส์ก็มี เพียงแต่เปลี่ยนจากเทพารักษ์เป็นเทพธิดาเท่านั้น

          เมื่อ 40 ปีมาแล้ว อาจารย์สมบัติต้องการทราบว่ามีนิทานเรื่องอะไรบ้างของชาติอื่นที่คล้ายกับเรื่องที่รู้จักในเมืองไทย จึงค้นหานิทานของประเทศต่างๆ มาอ่าน ปรากฏว่าหาหนังสือนิทานฟิลิปปินส์ได้ยากมากต้องเก็บจากแม็กกาซีนต่างๆ และหนังสือเรียนสมัยเก่าหลายเล่ม เผอิญในเวลานั้นสำนักพิมพ์ก้าวหน้าต้องการนิทานแปลกๆ พิมพ์เป็นเล่มเล็กๆ ในชุด “นพเก้า”ซึ่งเป็นหนังสือสำหรับเด็ก เรื่องที่แปลไว้มีขนาดพอแก่ความต้องการ จึงได้มอบต้นฉบับให้พิจารณา เจ้าของหนังสือพิมพ์ก้าวหน้าได้นำนิทานฟิลิปปินส์ไปให้บุตรธิดาอ่าน ก็ได้รับคำตอบตรงกันว่าเป็นเรื่องสนุก เจ้าของสำนักพิมพ์จึงได้พิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2510

          ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว อาจารย์สมบัติจึงฝากถึงเด็กๆ ว่า ก่อนอื่นต้องรู้เขา รู้เรา การที่จะทำให้รู้จักเราต้องเริ่มจากการปฏิบัติตัวให้สมกับเป็นคนไทย ซึ่งประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแลนด์ ออฟ สไมล์ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เราก็ต้องฝึกตัวเองให้เป็นเช่นนั้น

          ดังนั้น…นิทานในประเทศประชาคมอาเซียนจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ในการรู้จักและเข้าใจมิตรประเทศประชาคมอาเซียน…ไปพร้อมๆ กัน

ที่มา http://www.satapornbooks.co.th/News/News.aspx?id=1584

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s